นักศึกษา มจธ. โชว์กึ๋น คิดค้น ‘โพลิเมอร์เคลือบจุลินทรีย์’ กำจัดน้ำมันปนเปื้อนในภาคอุตสาหกรรม

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

“จุลินทรีย์กำจัดน้ำมัน” คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ที่มีความพิเศษ คือ “กินน้ำมันได้” ทำให้นอกจากจะนิยมใช้กับการกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลลงทะเลและแหล่งน้ำแล้ว ยังมีการนำมาใช้กับการกำจัดน้ำมันที่ปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม

แต่เนื่องจากรูปแบบการใช้งานส่วนใหญ่ จะเป็นการเทผงจุลินทรีย์ลงไปบนผิวหน้าน้ำในบ่อบำบัด แล้วปล่อยทิ้งไว้จนกว่าปริมาณน้ำมันที่เจือปนจะอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงจะปล่อยน้ำที่มีจุลินทรีย์เจือปนอยู่ออกสู่ภายนอก ซึ่งแม้ว่าจุลินทรีย์เหล่านี้จะได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ไม่มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต แต่เป็นต้นทุนค่า “จุลินทรีย์” ที่โรงงานต้องจ่ายทุกครั้งที่ต้องมีการบำบัดน้ำ ไม่สามารถนำจุลินทรีย์ที่โปรย (หรือเท) ลงไปในการบำบัดครั้งก่อนกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้วิธีการกำจัดคราบน้ำมันในการบำบัดน้ำของโรงงานอุตสาหกรรมยังอยู่ในวงจำกัด

นี่จึงเป็นที่มาของ โครงงานประดิษฐ์ “POD Economy ผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ ย่อยสลายน้ำมันด้วยจุลินทรีย์ชีวภาพ” ของ 4 นักศึกษาปริญญาตรี ชั้นปี 3 ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย นางสาวนิศารัตน์ หวังเจริญมณี (ฟ้า) , นางสาวชุดาวัลภ์ สมหวัง (เบบี้มายด์) , นางสาวณิพภิชฌนันท์ เงินเพิ่มทรัพย์ (หมิง) และ นางสาววิจิตรา ใจแก้ว (นิว) ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองระดับอุดมศึกษา กลุ่มพลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ ในโครงการ Thailand New Gen Inventor Award: I-New Gen Award 2024 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

“ฟ้า” นิศารัตน์ กล่าวว่า หากเปรียบการบำบัดน้ำเสียเหมือนการชงกาแฟ การใช้จุลินทรีย์แบบผง คือ การใช้กาแฟผงที่ชงกับน้ำร้อนแล้วหมดไป แต่ตัวโพลิเมอร์ย่อยสลายน้ำมันด้วยจุลินทรีย์ชีวภาพ หรือ POD Economy (Polymer for Oil Degradation) ของเรา เปรียบเหมือนกาแฟในซองกระดาษที่ชงใหม่ได้ โดยงานที่เราทำ คือ การหาวิธีการทำให้จุลินทรีย์มีการยึดเกาะกับโพลิเมอร์ให้ได้

“จากการศึกษาเชื้อจุลินทรีย์ในธรรมชาติของรุ่นพี่ปริญญาเอกในภาควิชา ที่สามารถค้นพบจุลินทรีย์สายพันธุ์ธรรมชาติ ตัวที่คุณสมบัติเด่นด้านการกำจัดน้ำมัน กับการที่ตนเองและเพื่อนเคยใช้เทคนิคอิมโมบิไลเซชัน (Immobilization) เพื่อตรึงจุลินทรีย์บนผิววัสดุสังเคราะห์ พวกเราจึงเกิดไอเดียว่า หากสามารถทำให้จุลินทรีย์ชนิดนี้ดำรงชีวิตอยู่บนพื้นผิวของวัสดุลอยน้ำที่มีพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูงได้ ก็จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ในการบำบัดน้ำมันในน้ำที่มีคุณสมบัติเด่นที่สำคัญ คือ ‘สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง

ด้าน “เบบี้มา่ยด์” ชุดาวัลภ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับวัสดุที่ใช้ เราเลือกเป็น “โพลิเมอร์” เพราะเป็นวัสดุยึดเกาะที่มีผลิตและจำหน่ายในท้องตลาดอยู่แล้วหลายชนิดหลายรูปแบบให้เราเลือก ซึ่งแนวทางของเรา คือ เลือกโพลิเมอร์ที่มีพื้นที่ผิวในสัดส่วนที่สูง และมีผิวหน้าที่มีรอยพรุนและรอยหยักที่เหมาะกับการยึดเกาะของจุลินทรีย์

ในแง่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในห้องทดลองนั้น “นิว” วิจิตรา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการพัฒนาเทคนิคที่จะตรึงจุลินทรีย์ชนิดนี้กับวัสดุโพลิเมอร์ที่เราเลือกให้ได้แล้ว ยังมีการใช้เทคนิคหลายอย่างที่ทำให้เปลี่ยนเป็นจุลินทรีย์ที่ย่อยน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในสภาพธรรมชาติ จุลินทรีย์ชนิดนี้จะเหมือนกับจุลินทรีย์ชนิดอื่น คือ เลือกบริโภคน้ำตาลเป็นหลัก และจะยอมกินน้ำมันก็ต่อเมื่อภาวะที่ไม่มีอาหารหลัก ซึ่งงานของเรา คือ หาสภาวะที่จะทำให้จุลินทรีย์สายพันธุ์นี้เปลี่ยนมากินน้ำมันเป็นอาหารหลักให้ได้ นอกจากนี้ ยังเสริมด้วยการใส่จุลินทรีย์อีกชนิดหนึ่งเข้าไปเป็นตัวรอง โดยจุลินทรีย์ตัวที่สองนี้จะปล่อยสารชนิดหนึ่งที่จะไปทำให้โมเลกุลของน้ำมันมีขนาดเล็กลง ทำให้จุลินทรีย์หลักของเรากินน้ำมันได้มากขึ้นและเร็วขึ้น”

ทางด้าน “หมิง” ณิพภิชฌนันท์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการกำจัดน้ำมันว่า “ตัว POD ที่มีการตรึงจุลินทรีย์ไว้บนผิวในการทดลองของเรา จะทำงานได้ดีที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งทำให้เหมาะกับการนำมาใช้ในประเทศเมืองร้อนอย่างเมืองไทย โดยจากการคำนวณประสิทธิภาพการย่อยน้ำมัน พบว่า POD 5 ชิ้น (น้ำหนักประมาณ 1.5 กรัม) จะสามารถย่อยสลายน้ำมันได้ 1-2 มิลลิลิตร ในเวลา 3 วัน และยังพบอีกว่า ชิ้น POD ที่นำไปกำจัดน้ำมัน จะมีปริมาณจุลินทรีย์มากขึ้น ซึ่งนั่นอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดน้ำมันของการนำ POD มาใช้ซ้ำในครั้งที่ 2 และ 3 ยังใกล้เคียงกับการใช้ในครั้งแรก”

และทั้งหมดนี้ นอกจากจะทำให้โครงงานที่ใช้เวลาทำเพียง 6 เดือนชิ้นนี้ คว้ารางวัลเหรียญทอง จากโครงการ Thailand New Gen Inventor Award : I-New Gen Award 2024 ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แล้ว ยังนำไปสู่การยื่นจดอนุสิทธิบัตรการค้นพบครั้งนี้อีกด้วย

“จากการสืบค้นเกี่ยวกับเทคนิคการกำจัดน้ำมันด้วยจุลินทรีย์ในปัจจุบัน ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคนิคการนำจุลินทรีย์มาติดบนผิวโพลิเมอร์ออกวางจำหน่าย หรือ ผลิตเพื่อการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เราจึงมีการยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับกระบวนการเลี้ยงให้จุลินทรีย์เลือกที่จะกินน้ำมันเป็นหลัก ขณะเดียวกัน จากที่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า สามารถใช้จุลินทรีย์ 2 ชนิดนี้ในการกำจัดน้ำมันในน้ำได้ ตนอยากจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เพื่อระบุตำแหน่งของยีนที่ทำหน้าที่ดังกล่าว” “ฟ้า” นิศารัตน์ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.นุจริน จงรุจา อาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาของน้อง ๆ กลุ่มนี้ กล่าวว่า เบื้องหลังของโครงงานประกวดชิ้นนี้ คือ การนำองค์ความรู้จากการค้นคว้าวิจัยของกลุ่มวิจัยของภาควิชาจุลชีววิทยา ที่ประกอบด้วย ทีมอาจารย์และนักศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก มาเป็นฐานคิดในการพัฒนาเป็นโครงงานให้นักศึกษาได้ทำ ซึ่งช่วยให้เขามีทักษะการค้นคว้าวิจัย และการทำงานเป็นทีม

“ในฐานะอาจารย์ เราพยายามผลักดันให้เด็กแสดงศักยภาพออกมา เพราะเราเชื่อว่าเขาทำได้ และต้องทำงานเป็นทีมได้ด้วย คือ นอกจากแต่ละคนจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ศึกษาด้วยตัวเองได้ การยินดีที่ได้ช่วยคนอื่นก็เป็นสิ่งสำคัญ และหากช่วยเหลือกัน งานยากแค่ไหน ก็จะผ่านไปได้”

RANDOM

ปิดฉากประทับใจงาน “สปอร์ต แอคคอร์ด เวิลด์ สปอร์ต แอนด์ บิสซิเนส ซัมมิท 2024” ที่อังกฤษ วันสุดท้าย อิฟม่า ผนึก กองทุนกีฬา NSDF เปิดตัว บัวขาว บัญชาเมฆ เป็นแอมบาสเดอร์ทำกิจกรรมเวิร์คช็อปสอนทักษะมวยไทย – ไหว้ครู ให้ชาวต่างชาติที่แห่เข้าร่วมกว่า 300 คน

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ชวนน้อง ๆ มัธยมต้นร่วมประกวดเรียงความ หัวข้อ “อนาคตการศึกษาของเด็กไทย และอาชีพในฝันของเด็กไทยในอนาคต” ชิงทุนการศึกษารวม 80,000 บาท เปิดรับสมัครและส่งผลงาน 1 – 29 พ.ย. นี้

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!