อาคารของคุณปลอดภัยแค่ไหน? นักวิชาการ มจธ. แนะตรวจอาคารเบื้องต้น ลดเสี่ยงระยะยาว

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคาร โดยเฉพาะอาคารสูงที่มีผู้อยู่อาศัยและทำงานจำนวนมาก ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้จัดการอบรม หัวข้อ “กรณีศึกษาจากการตรวจอาคารจากแผ่นดินไหว ข้อกฎหมาย และแนวทางการตรวจสอบ” เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ร่วมงานเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบความเสียหายของอาคารเบื้องต้น หลังเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงการใช้คู่มือการสำรวจความเสียหายที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จัดทำขึ้นในปี 2560

รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมด้านแผ่นดินไหว อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. กล่าวว่า อาคารที่ก่อสร้างตามมาตรฐานในปัจจุบัน มีการออกแบบ ก่อสร้าง และใช้งานที่ถูกประเภท ยังคงมีความปลอดภัยเพียงพอในสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น

หากเป็นอาคารที่ออกแบบและก่อสร้างอาคารตามมาตรฐานปัจจุบัน ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ไม่น่าจะสร้างความเสียหายมากกับโครงสร้างของตัวอาคารในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลได้ หรือหากจะมีความเสียหายเกิดขึ้น อาจจะเกิดเพียงเล็กน้อยกับโครงสร้างหลัก หรือ เกิดความเสียหายในส่วนงานสถาปัตยกรรม เช่น การแตกร้าวของผนัง การแตกร่อนของปูน หรือ การแยกตัวของผนังจากเสา ซึ่งแม้ไม่อันตรายถึงขั้นต้องอพยพออกจากอาคาร แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบและซ่อมแซมโดยเร็ว”

แต่ในกรณีของอาคารที่ก่อสร้างมาก่อน ปี 2550 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มประกาศใช้กฎหมายควบคุมการออกแบบอาคารเพื่อรองรับแผ่นดินไหวอย่างเป็นทางการ หรือ อาคารที่ไม่ได้ก่อสร้างตามมาตรฐานในปัจจุบัน ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายที่ส่งผลต่อโครงสร้างหลักมีมากกว่า ทั้งนี้ เพราะวัสดุและการออกแบบก่อสร้างที่ไม่ได้คิดถึงแรงสั่นสะเทือนในระดับเดียวกับปัจจุบัน ซึ่งก็อาจมีผลต่อความมั่นคงของอาคารในระยะยาว โดยเฉพาะหากเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอนาคต

สิ่งที่ควรปฏิบัติเป็นอย่างแรกหลังแผ่นดินไหวผ่านไป คือ การสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นของอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ตัวอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวได้รับการแก้ไขหรือซ่อมแซมให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว และเพื่อให้มั่นใจได้ว่า อาคารหลังนั้นยังมีความปลอดภัยต่อการพักอาศัยหรือใช้ประโยชน์ ปัจจุบันมีกลุ่มวิศวกรอาสาเข้ามาช่วยในการตรวจสอบและประเมินอาคารที่ได้รับความเสียหาย แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบอาคารในกรุงเทพและปริมณฑลที่มีกว่าหมื่นอาคารอย่างครบถ้วนได้

คู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่จัดทำโดย กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2560 มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบอาคารประเภทต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำมาใช้การตรวจสอบความเสียหายของอาคารหรือห้องของตนในเบื้องต้นได้

“ในคู่มือเล่มนี้มีการระบุจุดที่ควรสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น โดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานอย่างตลับเมตร ไม้บรรทัด และเครื่องวัดระดับน้ำ ไปสำรวจตามจุดต่างๆ ในอาคารตามที่คู่มือระบุไว้ ซึ่งจะสามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่าโครงสร้างหลักของอาคารได้รับเสียหายหรือไม่ ถือเป็นการ “คัดกรอง” เบื้องต้น และลดภาระในการตรวจสอบอาคารด้วยวิศวกรอาสาได้เป็นอย่างมาก เพราะหากสำรวจขั้นต้นแล้วไม่พบความเสี่ยง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้การสำรวจแบบละเอียดโดยวิศวกรโยธา ที่ต้องมีการใช้เครื่องมือพิเศษ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร” รศ.ดร.ชัยณรงค์ อธิสกุล อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา มจธ. กล่าวเสริม

รศ.ดร.ชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า จากการเป็นวิศวกรอาสาในการตรวจสอบอาคารสูงในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา พบว่า ความเสียหายในอาคารที่เข้าไปตรวจเกือบทั้งหมด จะอยู่ใน “ระดับสีเขียว”

ระดับ ‘สีเขียว’ หมายถึง มีเพียงความเสียหายเล็กน้อย ที่ไม่กระทบต่อการใช้งาน เช่น รอยร้าวบางจุดที่ผนัง หรือ พื้นโก่งงอเล็กน้อย และยังไม่พบร่องรอยของความเสียหายที่โครงสร้างหลัก อย่าง เสา คาน หรือ จุดต่อระหว่างองค์ประกอบหลักของอาคาร ทั้งนี้ อาคารในระดับ ‘สีเขียว’ สามารถใช้งานได้ตามปกติ หลังจากเคลียร์เศษวัสดุหรือผนังที่หลุดร่อนแล้ว แตกต่างจากอาคารในระดับ ‘สีเหลือง’ ที่มีรอยแตกร้าวชัดเจนในส่วนของโครงสร้าง หรือ มีชิ้นส่วนอาคารที่อาจร่วงหล่นใส่ผู้ใช้งาน ซึ่งจำเป็นต้องมีการห้ามใช้งานบางส่วน และต้องตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม

สำหรับแนวทางการเตรียมพร้อมหรือหลักปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทั้งระหว่างและหลังเกิดแผ่นดินไหวของประชาชนทั่วไปนั้น ศ.ดร.สุทัศน์ กล่าวว่า การออกแบบก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานปัจจุบัน สามารถช่วยป้องกันหรือลดความสูญเสียจากเหตุแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้น หากเจ้าของโครงการให้ความสำคัญกับเรื่องแผ่นดินไหว มีการออกแบบและก่อสร้างอย่างถูกต้อง รวมถึงภาครัฐมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ก็จะทำให้ประชาชนในตึกนั้นเกิดความมั่นใจมากขึ้น ส่วนตึกหรืออาคารที่สร้างก่อนประกาศใช้กฎหมายควบคุมการออกแบบอาคาร พ.ศ. 2550 สามารถให้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบ เพื่อยืนยันความปลอดภัยอาคาร รวมถึงการใช้การเสริมแรงให้อาคารเพื่อรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวและลมได้ดีขึ้น หากมีความจำเป็น

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ที่ https://shorturl.at/MclFd

RANDOM

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!